แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แผนการสอนรายสัปดาห์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แผนการสอนรายสัปดาห์ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2558

แผนการอสนครั้งที่ 17 สิงหาคม 2558



แผนการเรียนรู้รายสัปดาห์ รายวิชา ทช ๒1001 
ภาษาไทย  จำนวน  5 หน่วยกิต
ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น

ที่
หัวเรื่อง
ตัวชี้วัด
เนื้อหา
การจัดกระบวนการเรียนรู้
สื่อ/แหล่งเรียนรู้
การวัดประเมินผล

หลักการใช้ภาษา 
สามารถการใช้ถ้อยคำ สำนวน สุภาษิต คำพังเพย  โครงสร้างของประโยค    รูปประโยค และชนิด  ของประโยค  ระดับภาษา
 คำสุภาพ  คำราชาศัพท์
 -การใช้ถ้อยคำ สำนวน สุภาษิต คำพังเพย
 -โครงสร้างของประโยค    
 -คำสุภาพ
 - คำราชาศัพท์

การจัดกระบวนการเรียนรู้ แบบ Onie Modelขั้นตอนที่ 1 ขั้นกำหนดสภาพปัญหาความต้องการในการเรียนรู้ (O-Orientation)                 
  1.ครูทบทวนบทเรียนจากการพบกลุ่มครั้งที่ แล้วและงานที่มอบหมาย                              2.ครูสอบถามนักเรียนในเรื่องเกี่ยวกับคำพูดที่สุภาพต่อสังคมปัจจุบัน
2.ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาความรู้ (N=New ways of learning)  
1 ครูให้นักศึกษาศึกษาใบงานเรื่องการใช้ถ้อยคำ สำนวน สุภาษิต คำพังเพย  โครงสร้างของประโยค  คำสุภาพและคำราชาศัพท์
ให้นักษาศึกษาศึกษาจากอนเตอร์เนต 
2. ส่งตัวแทนนำเสนอ แล้วสรุปเนื้อหาร่วมกัน
3. ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติและการนำไปประยุกต์ใช้ (l=lmplementation)
1. ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มนำเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
2. ครูและผู้เรียนสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน
ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (E=Evaluation)
1. ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
2. ครูและผู้เรียนเฉลยแบบทดสอบร่วมกัน                            
3. มอบหมายงานกรต.

1.แบบเรียนวิชาวิทยาศาสตร์              2. ใบความรู้              
3. สื่อ ETV              4. ใบงาน                  5. แบบทดสอบ
1.แบบบันทึกการเรียนรู้                         2.แบบทดสอบ            3. สังเกต                  4. การมีส่วนร่วม






แผนจัดการเรียนรู้รายสัปดาห์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
วิชา ภาษาไทย (ทช ๓1001)
สาระ ความรู้พืนฐาน จำนวน  ๕ หน่วยกิต

ที่
หัวเรื่อง
ตัวชี้วัด
เนื้อหา
การจัดกระบวนการเรียนรู้
สื่อ/แหล่งเรียนรู้
การวัดประเมินผล

เรื่อง  หลักการใช้ภาษา 

1. วิจารณ์ และอธิบายคุณค่าวรรณคดี
    วรรณกรรมปัจจุบัน  และวรรณกรรมท้องถิ่น
2.  สามารถการใช้ถ้อยคำ สำนวน สุภาษิต คำพังเพย  โครงสร้างของประโยค    รูปประโยค และชนิด  ของประโยค  ระดับภาษา
 คำสุภาพ  คำราชาศัพท์
การแต่งคำประพันธ์ประเภทร้อยกรอง.  ธรรมชาติของภาษา
     - การเปลี่ยนแปลง     
        ของภาษา
     - ลักษณะของภาษา
     - พลังของภาษา
2.  การใช้ถ้อยคำ สำนวน สุภาษิต คำพังเพย
3.  โครงสร้างของประโยค    รูปประโยค และชนิด       ของประโยค
4.  ระดับภาษา
5.  คำสุภาพ
6.  คำราชาศัพท์
การจัดกระบวนการเรียนรู้ แบบ Onie Modelขั้นตอนที่ 1 ขั้นกำหนดสภาพปัญหาความต้องการในการเรียนรู้ (O-Orientation)                  
1.ครูทบทวนบทเรียนจากการพบกลุ่มครั้งที่ แล้วและงานที่มอบหมาย                                    
2. ครูเริ่มเข้าสู่บทเรียนเรื่องการใช้คำราชาศัพท์
2.ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาความรู้ (N=New ways of learning)                                        . ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มๆละ ประมาณ 5 คน.ครูมอบหมายใบงาน
  - การแต่งคำประพันธ์ประเภทร้อยกรอง
ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่ม ช่วยกันค้นคว้า แล้วออกมานำเสนอ 
3. ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติและการนำไปประยุกต์ใช้ (l=lmplementation)
1. ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มนำเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
2. ครูและผู้เรียนสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน
ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (E=Evaluation)
1. ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
2. ครูและผู้เรียนเฉลยแบบทดสอบร่วมกัน                            
3. มอบหมายงานกรต.

1.แบบเรียนวิชาวิทยาศาสตร์              2. ใบความรู้             
3. สื่อ ETV              4. ใบงาน                    5. แบบทดสอบ
1.แบบบันทึกการเรียนรู้                         2.แบบทดสอบ            3. สังเกต                  4. การมีส่วนร่วม



วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2558

แผนการสอนครั้งที่ 16



แผนจัดการเรียนรู้  ONIE  Model 
วิชา ศาสนาและหน้าที่พลเมือง  ระดับ ม.ต้น  จำนวน  2  หน่วยกิต
 


เรื่อง
ตัวชี้วัด
เนื้อหา
การจัดกระบวนการเรียนรู้
สื่อ/แหล่งเรียนรู้
การวัดผลและประเมินผล
หน้าที่พลเมือง
1. รู้และเข้าใจความสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
2. รู้และเข้าใจหลักคุณธรรมจริยธรรมของการอยู่ร่วมกัน
3. มีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

1. ความเป็นมา หลักการ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
2. โครงสร้าง และสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ
3. การปฏิรูปการเมือง และจุดเด่นของรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพหน้าที่ของประชาชน
4. หลักการอยู่ร่วมกันตามวิถีทางประชาธิปไตยบนพื้นฐานของคุณธรรมจริยธรรม
5. สถานการณ์ และการมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปัญหาการเรียนรู้
1. ครูชวนผู้เรียนพูดคุยเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญว่ามีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างไร
2. ครูและผู้เรียนร่วมกันอภิปรายเรื่องโครงสร้างและสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพร้อมกับพูดคุยเรื่องบทบาท  หน้าที่ในการปฏิบัติเป็นพลเมืองดี
3. ครูเปิดโอกาสให้ผู้เรียนซักถามข้อสงสัยก่อนเข้าสู่บทเรียนขั้นต่อไป

ขั้นที่ 2 แสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้
1. ผู้เรียนศึกษาความรู้เรื่อง  ความเป็นมา  หลักการ  เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
4. ครูให้ผู้เรียนศึกษาความรู้  พร้อมทั้งสรุปใจความสำคัญมาตามความเข้าใจของผู้เรียน
5. ครูสุ่มตัวอย่างผู้เรียนออกมาแสดงความความคิดเห็นตามที่ตนเองสรุปไว้
6. ครูแบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็น 2  กลุ่ม  เพื่อศึกษากรณีตัวอย่างเกี่ยวกับเหตุการณ์ 14  ตุลา  และพฤษภาทมิฬว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรจากกรณีตัวอย่างที่ 2  กรณี

1. กรณีตัวอย่าง 
2. หนังสือเรียน
3. ใบงาน
1. การสังเกตการณ์มีส่วนร่วมของผู้เรียน
2. ผลงาน
3. แบบทดสอบ
4. สมุดบันทึก


                เรื่อง
ตัวชี้วัด
เนื้อหา
การจัดกระบวนการเรียนรู้
สื่อ/แหล่งเรียนรู้
การวัดผลและประเมินผล



7. ครูให้ผู้เรียนส่งตัวแทนกลุ่มนำเสนอความรู้จากการศึกษากรณีตัวอย่าง  พร้อมถกแถลงร่วมกัน
8. ครูให้ผู้เรียนทำใบงาน  เรื่อง  ความเป็นมา  หลักการ  เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
9. ผู้เรียนศึกษาหาความรู้  เรื่อง  โครงสร้างและสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ
10. ครูแบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็น 3 กลุ่ม  แล้วให้แต่ละกลุ่มคัดเลือกหัวหน้ากลุ่ม  รองหัวหน้ากลุ่ม  
และเลขานุการการ  จากนั้นให้หัวหน้ากลุ่มออกมาจับฉลากเพื่อเลือกหัวข้อของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่จะต้องนำไปศึกษาค้นคว้าพร้อมยกตัวอย่างรัฐธรรมนูญที่จำเป็นและการนำไปใช้สำหรับการดำเนินชีวิตในสังคมปัจจุบันดังนี้  ดังนี้ 
          หมวด 3  สิทธิเสรีภาพของชนชาวไทย
          หมวด 4  หน้าที่ของชนชาวไทย
          หมวด 14  การปกครองส่วนท้องถิ่น
11.  ครูให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มจัดบอร์ดแสดงผลงานของแต่ละกลุ่มตามหัวข้อที่ได้ไปศึกษาแล้วนำผลงานมานำเสนอหน้าชั้นเรียน
12. ผู้เรียนศึกษาความรู้ เรื่องสิทธิ เสรีภาพและหน้าที่ของประชาชน




                เรื่อง
ตัวชี้วัด
เนื้อหา
การจัดกระบวนการเรียนรู้
สื่อ/แหล่งเรียนรู้
การวัดผลและประเมินผล



13. ครูให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวกับ สิทธิเสรีภาพและหน้าที่ของประชาชนจาก ใบงาน หนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์หรือแหล่งเรียนรู้ เช่น อินเตอร์เน็ต แล้วสรุปเป็นใบงานส่งครู
14. ครูให้ผู้เรียนนำผลการศึกษาค้นคว้ามานำเสนอในกลุ่มผู้เรียนให้เพื่อนฟังโดยการสุ่มตัวอย่าง พร้อมทั้งให้ผู้เรียนนำใบงานส่งครู

ขั้นที่ 3  ภาคปฏิบัติและการนำไปประยุกต์ใช้
ครูและผู้เรียนสรุปเนื้อหาร่วมกัน

ขั้นที่  4  ขั้นประเมินผล
1. ครูสังเกตจากการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
2. ตรวจใบงาน




                                  แผนจัดการเรียนรู้รายสัปดาห์  ระดับมัธยมศึึกษาตอนปลาย
  วิชา ทักษะการเรียนรู้  รหัสวิชา  ทร 31001  จำนวน   5  หน่วยกิต (200 ชั่วโมง)
สาระทักษะการเรียนรู้  ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย

ที่
หัวเรื่อง
ตัวชี้วัด
เนื้อหา
การจัดกระบวนการเรียนรู้
สื่อ/
แหล่ง
เรียนรู้
การวัด
ประเมินผล
4


1. ปฏิบัติการด้านทักษะกระบวนการจัดการความรู้ด้วยตนเองและด้วยการรวมกลุ่มปฏิบัติการได้

2. รวบรวมและวิเคราะห์สภาพปัญหาของตนเอง ครอบครัว ชุมชน  และคิดวิเคราะห์  โดยใช้ข้อมูลด้านตนเอง  ด้านวิชาการ  และด้านสังคมสิ่งแวดล้อม


การจัดการความรู้
ทักษะกระบวนการจัดการความรู้ด้วยตนเองและด้วยการรวมกลุ่มปฏิบัติการ

การคิดเป็น การรวบรวมและวิเคราะห์สภาพปัญหา ของตนเอง ครอบครัว ชุมชน และคิดวิเคราะห์  โดยใช้ข้อมูลด้านตนเอง ด้านวิชาการ และด้านสังคมสิ่งแวดล้อม
การจัดกระบวนการเรียนรู้ แบบ Onie Model
ขั้นตอนที่ ขั้นกำหนดสภาพปัญหาความต้องการในการเรียนรู้ (O-Orientation)
    ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยสนทนา และซักถามผู้เรียนในเรื่องปัญหาของตนเอง ครอบครัว ชุมชน 
 ขั้นตอนที่ การแสวงหาความรู้ (N=New ways of learning)
1.  แบ่งกลุ่ม นักศึกษา ค้นคว้า รูปแบบและการจัดกระบวนการเรียนรู้  พร้อมส่งตัวแทน นำเสนอหน้าชั้นเรียน
2.  ครูแจกใบงานเรื่อง กรณีตัวอย่าง ให้นักศึกษาแต่ละคนได้ทำในชั่วโมงเรียนพร้อมส่งครู
3. ครูแจก ใบงาน  เรื่องความเชื่อพื้นฐานของคนคิดเป็นและการเชื่อมโยงไปสู่ปรัชญาคิดเป็น การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบของคนคิดเป็นด้วยการรวมกลุ่มปฏิบัติการ ส่งครูในชั่วโมงเรียน
3. ขั้นตอนที่ การปฏิบัติและการนำไปประยุกต์ใช้ (l=lmplementation)
1. ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มนำเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
2. ครูและผู้เรียนสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน
ขั้นตอนที่ การประเมินผล (E=Evaluation)
1. ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
2. ครูและผู้เรียนเฉลยแบบทดสอบร่วมกัน                            
3. มอบหมายงานกรต.






1.แบบเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
2. ใบความรู้
3. สื่อ ETV
4. ใบงาน
5. แบบทดสอบ
1.แบบบันทึกการเรียนรู้
2.แบบทดสอบ
3. สังเกต
4. การมีส่วนร่วม


วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2558

แผนการสอนครั้งที่ 15

แผนจัดการเรียนรู้รายสัปดาห์  ระดับมัธยมศึึกษาตอนต้น
วิชา วิทยาศาสตร์   พว21001
สาระความรู้พื้นฐาน  จำนวน  4  หน่วยกิต  
ที่
หัวเรื่อง
ตัวชี้วัด
เนื้อหา
การจัดกระบวนการเรียนรู้
สื่อ/
แหล่ง
เรียนรู้
การวัด
ประเมินผล
4
ความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์

1.อธิบายอิทธิพลของดวง อาทิตย์ และดวงจันทร์ที่มีผลต่อ การเกิดปรากฏการณ์ทางดารา ศาสตร์บนโลก และการ นำไปใช้ประโยชน์ได้

1. การเกิดกลางวัน กลางคืน
2. การเกิดข้างขึ้น ข้างแรม
3. การเกิดสุริยุปราคา และจันทรุปราคา
4. การเกิดฤดูกาล
5. การเกิดลมบก ลมทะเล
การจัดกระบวนการเรียนรู้ แบบ Onie Model
ขั้นตอนที่ 1 ขั้นกำหนดสภาพปัญหาความต้องการในการเรียนรู้ (O-Orientation)
    ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยสนทนา และซักถามผู้เรียนในเรื่องลักษณะดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์
 ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาความรู้ (N=New ways of learning)
ความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์
การเกิดกลางวัน กลางคืน
การเกิดข้างขึ้น ข้างแรม
การเกิดสุริยุปราคา และจันทรุปราคาการเกิดฤดูกาลการเกิดลมบก ลมทะเล
3. ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติและการนำไปประยุกต์ใช้ (l=lmplementation)
1. ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มนำเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
2. ครูและผู้เรียนสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน
ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (E=Evaluation)
1. ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
2. ครูและผู้เรียนเฉลยแบบทดสอบร่วมกัน                            
3. มอบหมายงานกรต.






1.แบบเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
2. ใบความรู้
3. สื่อ ETV
4. ใบงาน
5. แบบทดสอบ
1.แบบบันทึกการเรียนรู้
2.แบบทดสอบ
3. สังเกต
4. การมีส่วนร่วม

                                    แผนจัดการเรียนรู้รายสัปดาห์  ระดับมัธยมศึึกษาตอนปลาย
วิชา วิทยาศาสตร์   พว ๓1001
สาระความรู้พื้นฐาน  จำนวน  4  หน่วยกิต  

ที่
หัวเรื่อง
ตัวชี้วัด
เนื้อหา
การจัดกระบวนการเรียนรู้
สื่อ/
แหล่ง
เรียนรู้
การวัด
ประเมินผล
4
เทคโนโลยีอวกาศ

๑.บอกความหมาย ความสำคัญ และความเป็นมาของเทคโนโลยีอวกาศได้
2. อธิบายและระบุประเภทของเทคโนโลยีอวกาศได้
3. อธิบายการนำเทคโนโลยีอวกาศมาใช้ประโยชน์ได้
4. บอกโครงการสำรวจอวกาศที่สำคัญในปัจจุบันได้ 

1.   ความหมาย ความสำคัญและความเป็นมาของเทคโนโลยีอวกาศ
2.   ประเภทของเทคโนโลยีอวกาศ
3.   ประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีอวกาศ
โครงการสำรวจอวกาศที่สำคัญในปัจจุบัน
การจัดกระบวนการเรียนรู้ แบบ Onie Model
ขั้นตอนที่ ขั้นกำหนดสภาพปัญหาความต้องการในการเรียนรู้ (O-Orientation)
    ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยสนทนา และซักถามผู้เรียนในเรื่องโครงการสำรวจอวกาศที่สำคัญในปัจจุบัน
 ขั้นตอนที่ การแสวงหาความรู้ (N=New ways of learning)
 1.ครูอธิบายเรื่องเกี่ยวกับความหมาย ความสำคัญ และความเป็นมา ของเทคโนโลยีอวกาศ
2.ครูให้ผู้เรียนศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับ ประเภทของเทคโนโลยีอวกาศประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีอวกาศโครงการสำรวจอวกาศที่สำคัญในปัจจุบัน
3. ขั้นตอนที่ การปฏิบัติและการนำไปประยุกต์ใช้ (l=lmplementation)
1. ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มนำเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
2. ครูและผู้เรียนสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน
ขั้นตอนที่ การประเมินผล (E=Evaluation)
1. ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
2. ครูและผู้เรียนเฉลยแบบทดสอบร่วมกัน                            
3. มอบหมายงานกรต.






1.แบบเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
2. ใบความรู้
3. สื่อ ETV
4. ใบงาน
5. แบบทดสอบ
1.แบบบันทึกการเรียนรู้
2.แบบทดสอบ
3. สังเกต
4. การมีส่วนร่วม